กรมอุตุฯ เตือน พายุฤดูร้อน ฝนหนัก ลูกเห็บตก

วันที่ 1 เม.ย.65 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบนและลาวตอนบนแล้ว

คาดว่าจะแผ่เข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ในวันนี้ (1 เม.ย. 2565) และจะแผ่เข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบนในพรุ่งนี้ (2 เม.ย.)

ในขณะที่ประเทศไทยตอนบน มีอากาศร้อน ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่งรวมถึงมีฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้ในระยะแรก

หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 5 ถึง 7 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก

รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 2 ถึง 4 องศาเซลเซียส สำหรับภาคใต้และอ่าวไทยมีลมตะวันตกเฉียงเหนือพัดปกคลุมทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้นไว้ด้วย อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณ

ประเทศกัมพูชาตอนใต้ มีแนวโน้มจะเคลื่อนผ่านปลายแหลมญวน และเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้ในช่วงวันที่ 2 ถึง 3 เม.ย. 65

ส่งผลทำให้ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น

โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ประเทศไทยตอนบนมีแนวโน้มการสะสมของฝุ่นละออง

และหมอกควันเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีฝนลดลง พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่

เชียงราย พะเยา น่าน พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 22 ถึง 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 ถึง 38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 5 ถึง 15 กม.ต่อชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ มีลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณจังหวัดมหาสารคาม

กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 19 ถึง 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 ถึง 34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 ถึง 20 กม.ต่อชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท

ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23 ถึง 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35 ถึง 37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 ถึง 20 กม.ต่อชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี

สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 22 ถึง 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 ถึง 36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ

ความเร็ว 10 ถึง 30 กม.ต่อชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา

อุณหภูมิต่ำสุด 24 ถึง 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 ถึง 35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงเหนือ

ความเร็ว 10 ถึง 30 กม.ต่อชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ตรัง และสตูล

อุณหภูมิต่ำสุด 23 ถึง 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 ถึง 35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 ถึง 30 กม.ต่อชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่

อุณหภูมิต่ำสุด 25 ถึง 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34 ถึง 37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 ถึง 20 กม.ต่อชม.

อ่านต่อ